ความบังเอิญที่โชคดี

ความบังเอิญที่โชคดี

ผมกำลังเดินอยู่บนถนนท่ามกลางแสงไฟสลัวในช่วงโพล้เพล้ของวันหนึ่ง
พลันได้ยินเสียงร้องอู้อี้เหมือนถูก ผ้าอุดปากดังออกมาจากหลังพงไม้
ผมชะลอฝีเท้าเพื่อฟังและรู้สึกตื่นตระหนกเมื่อรู้ว่า
เสียงที่ผมได้ยินคือเสียงการต่อสู้กันอย่างแน่นอน

 

มีทั้งเสียงตะคอก และเสียงเสื้อผ้าฉีกขาด
มีหญิงกำลังถูกทำร้ายห่างจากจุดที่ผมยืนไม่กี่เมตร
ผมควรเข้าไปยุ่งดีหรือเปล่า ผมรู้สึกหวั่นกับสวัสดิภาพของตัวเอง
และนึกตำหนิตัวเองที่ตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทางกลับบ้านใหม่กระทันหัน

 

ผมควรจะเข้าไปช่วยหรือแค่วิ่งไปยังโทรศัพท์เครื่องที่ใกล้ที่สุดเพื่อโทรแจ้งตำรวจ
เสียงร้องของเด็กผู้หญิงเริ่มเบาลง ผมรู้ทันทีว่าจะต้องรีบทำอะไรสักอย่าง
ผมจะเดินหนีเหตุการณ์นี้ไป ได้อย่างไร
เอาละ ผมตัดสินใจได้แล้ว

 

ผมไม่อาจหันหลังให้กับชะตาของผู้หญิงที่ไม่รู้จักคนนี้ได้
แม้มันหมายถึง การเอาชีวิตเขาไปเสี่ยง
ผมไม่ใช่คนกล้า และไม่ใช่นักกีฬา
ผมไม่รู้ว่าความกล้าและพละกำลังในตัวนั้นมาจากไหน

 

แต่ทันทีที่ตัดสินใจช่วยเธอ ผมดูเหมือนจะเปลี่ยนไป
ผมวิ่งไปหลังพุ่มไม้และดึงเจ้าวายร้ายออกมาจากร่างของหญิงสาว
เราต่อสู้กันจนกลิ้งไปกับพื้นทั้งคู่ และ ปล้ำสู้กันอยู่สักพักหนึ่ง
ในที่สุดเจ้าตัวร้ายก็ลุกขึ้นและวิ่งหนีไป

 

ผมหอบฮักๆ และพยายามตะเกียกตะกาย
ไปหาเด็กผู้หญิงซึ่งนอนหมอบร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่หลังต้นไม้
ท่ามกลางความมืด ผมแทบไม่เห็นตัวเธอเลย
แต่มีความรู้สึกว่าเธอต้องกำลังตกใจกลัวจนตัวสั่นอยู่แน่นอน

 

ด้วยไม่อยากจะให้เธอตกใจมากไปกว่านี้
ผมจึงพูดกับเธอในระยะไกลๆ
“ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว” ผมปลอบ
“มันวิ่งหนีไปแล้ว คุณปลอดภัยแล้วตอนนี้” เธอเงียบไปสักพัก

 

แล้วผมก็ได้ยินเธอเปล่งเสียงออกมาด้วยความประหลาดใจ
“พ่อคะ นั่นพ่อเหรอคะ” แล้วผู้ที่ก้าวออกมา
จากหลังต้นไม้ก็คือแคเธอรีน ลูกสาวคนเล็กของผมเอง

จะเกิดอะไรขึ้น หากชายผู้นี้ลังเลที่จะไม่ช่วยเด็กหญิงที่กำลังถูกทำร้าย
ซึ่งท้ายที่สุดแล้วก็คือลูกของตัวเอง ???

 

(จากหนังสือที่รวบรวมเหตุการณ์บังเอิญที่เกิดขึ้นจริงในชีวิต และติดอันดับ best seller ใน สหรัฐฯ)

 

เรื่องนี้มันโดนใจ จริง ๆ อย่าคิดว่าธุระ ไม่ใช่นะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *