8 ของกินใกล้ตัวที่มีประโยชน์

1.กะหล่ำปลี
กะหล่ำปลีมีธาตุเหล็กสูง เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคโลหิตจาง กะหล่ำปลีเป็นผักต้านมะเร็ง
และมีประโยชน์ต่อผู้ป่วยโรคหัวใจและผู้ที่มีความเครียดมาก ๆ หรือนำกะหล่ำปลีไปต้มกับน้ำ
นำน้ำมาดื่มช่วยรักษาโรคแผลในกระเพาะอาหารได้ ส่วนการนำกะหล่ำปลีมารับประทานแนะนำ
ว่าควรจะทำให้สุกเสียก่อน เพราะในกะหล่ำปลีดิบ มีเอนไซม์ไธอามีเนสซึ่งจะไปทำลายไวตามินบี

2.ขิง
ขิงเป็นส่วนผสมของอาหารที่ให้ความหอม เผ็ดร้อนแต่ไม่จัดจ้านจนเกินไป สามารถนำไปใช้
ประโยชน์ได้มากมายนับไม่ถ้วน ซึ่งสามารถนำมาช่วยบรรเทาอาการป่วยต่าง ๆ ได้ เช่น แก้คลื่นไส้
ช่วยย่อยอาหาร หรือถ้าเป็นน้ำขิงร้อน ๆ ผสมน้ำนาวหรือน้ำผึ้งเพิ่มความหอมหวาน จะช่วยบรรเทา
อาการหวัด จะได้ไม่คัดจมูก

3.งา
งา 100 กรัม มีโปรตีนถึง 26 กรัม เหล็ก 7 มิลลิกรัม และสังกะสี 10.3 มิลลิกรัม เกลือแร่
และกรดไขมันไม่อิ่มตัว อีกทั้งยังมีกรดอะมิโนที่ให้ประโยชน์ต่อตับและไต และยังมีสารอาหาร
ที่มีคุณประโยชน์ต่อร่างกายอีกด้วย ถ้ารับประทานควบคู่ไปกับผักหรือผลไม้ที่มีไวตามินซีสูง
จะช่วยให้ร่างกายสามารถดูดซึมสารอาหารต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

4.น้ำอ้อย
ในเมืองไทยเราหาซื้อน้ำอ้อยรับประทานได้ไม่ยาก น้ำอ้อยมีสารอาหารที่มีประโยชน์แก่ร่างกาย
หลายชนิด น้ำอ้อยมีแคลเซียมสูงกว่านม และมีธาตุเหล็กสูงกว่าไข่ และมีโพแทสเซียมสูง
น้ำอ้อยให้พลังงานสูง แต่ความหวานของน้ำอ้อย ให้ผลเสียต่อเหงือกและฟัน

5.ผักชีฝรั่ง
ผักชีฝรั่งที่คนไทยชอบใส่ในลาบนั่นล่ะ มีประโยชน์ไม่น้อยหน้าผักชนิดอื่น ๆ เหมือนกัน
เพราะในผักชีฝรั่งอุดมไปด้วยแคลเซียม ไวตามินเอ ซี และโพแทสเซียม ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1
ในกองทัพจะนำผักชีฝรั่งมาต้มกับน้ำ แล้วให้ทหารที่เป็นโรคไตดื่ม ก็จะช่วยบรรเทาได้
และยังช่วยขับกรดยูริกในร่างกายอีกด้วย ซึ่งเหมาะกับผู้ป่วยโรคโรคเกาต์และโรคไขข้ออักเสบ

6.พริกหวาน
พริกหวานมีเบตาแคโรทีนสูง มีไวตามินซี เหล็ก และโพแทสเซียม ซึ่งพริกหวานสีเหลืองจะมีไวตามิน
มากกว่าพริกหวานสีส้มถึง 4 เท่า ในพริกสีเขียว 100 กรัมก็จะมีไวตามินซี 100 กรัมเช่นกัน

7.หอมหัวใหญ่
เป็นพืชวงศ์เดียวกับกระเทียม ช่วยลดโคเลสเตอรอลและลดระดับน้ำตาลในเลือด และช่วยรักษา
โรคโลหิตจาง โรคหืด ไขข้ออักเสบ โรคหลอดลมอักเสบ และช่วยลดความแก่ชราได้อีกด้วย
ซึ่งข้อหลังนี้ อาจจะทำให้หลายคนหันไปรับประทานหอมหัวใหญ่มากขึ้นเชียวล่ะ

8.เมล็ดทานตะวัน
เมล็ดทานตะวันอุดมไปด้วยโปรตีน ไวตามินบีรวม เกลือแร่ และไขมันที่ไม่อิ่มตัวสูง ซึ่งข้อหลังนี้
จึงได้มีการสกัดออกมาเป็นน้ำมันเมล็ดทานตะวัน นำออกมาขายมากมาย เมล็ดทานตะวันมีประโยชน์
ต่อร่างกายไม่แพ้เมล็ดฟักทอง สามารถช่วยขจัดความอ่อนเพลีย ความเหนื่อยล้า ปัญหาความเครียดลงได้

จาก Dek-D.com

ชอบกินทุกอย่าง สบายใจไป 😉

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *